 |
เปลี่ยนเสียง
เปลี่ยนเสียง จากชายเป็นหญิง
วันนี้คุณสามารถเลือกที่จะมีเสียงแหลม และไพเราะอ่อนนุ่ม อย่างที่คุณต้องการได้
"เสียง" เป็นสิ่งสำคัญที่ใช้ในการสนทนาและยังเป็นสัญลักษณ์ทางเพศอย่างหนึ่ง
ที่บ่งบอกถึงความเป็นหญิงหรือชาย เสียงจะเป็นบุคลิกเฉพาะตัวของคนๆนั้น
"เสียงแหบ" จะเกิดขึ้นได้ถ้ามีการใช้เสียงที่มากเกินไป หรือผิดวิธี หรือมีโรคติดเชื้อที่สายเสียง
หรือเกิดอุบัติเหตุใดๆก็ตาม ที่กระทบกระเทือนต่อกล่องเสียง และสายเสียงจนมีผลทำให้การทำงาน
ของสายเสียงผิดปกติไป ดังนั้นต้องมีการตรวจ อย่างละเอียด เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
และการรักษาที่เหมาะกับโรคนั้นๆ
"เปลี่ยนเสียง" เนื่องจากวิทยาการทางการแพทย์ที่ล้ำหน้า และเทคโนโลยีที่ทันสมัย
ทำให้สามารถผ่าตัดกล่องเสียงเพื่อยกระดับความถี่ของเสียงที่ห้าวๆ ต่ำๆ ให้เปลี่ยนเป็นเสียงที่เล็กแหลม
และสูงขึ้นได้ และยังรวมทั้งการลบความแหลมนูนเด่นของลูกกระเดือกออกไปด้วยใน
การผ่าตัดครั้งเดียวกันเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการ สนทนา และความสวยงามมากขึ้นได้ใน
สาวประเภทสองสิ่งเหล่านี้เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความเป็นผู้หญิงให้มากขึ้นด้วย |  |
 | กรณีผ่าตัดเปลี่ยนเสียงให้สูงขึ้น
- จะทำกรณีที่ผู้ป่วยมีเสียงห้าว ต่ำมากกว่าปกติ
และต้องการยกระดับ ความถี่ของเสียงตนเอง
ให้เล็กแหลมสูงขึ้น (ส่วนมากเป็นสาวประเภทสอง)
- ผู้ป่วยจะได้รับการดมยาสลบโดยวิสัญญีแพทย์
ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 3-4 ชั่วโมง
- วิธีนี้จะมีแผลผ่าตัดขนาดเล็ก 3 - 4 ซม.
ที่บริเวณลูกกระเดือก แผลผ่าตัดใช้เวลา 1 สัปดาห์
จะติดสนิทและตัดไหมได้
- นอนพัก โรงพยาบาล 3 วัน 2 คืน
กรณีผ่าตัดรักษาเสียงแหบ
- ในผู้ป่วยที่เส้นเสียงแหบจากก้อนเนื้อที่สายเสียง
หรือสายเสียงที่มีการทำงานลดลง จากสาเหตุดังข้างต้น
- ผู้ป่วยจะได้รับการดมยาสลบแล้วผ่าตัดโดยการส่องกล้อง
เดินทางช่องปากไปถึงสายเสียง
- ไม่มีบาดแผลภายนอก นอนพักโรงพยาบาล 2 วัน 1 คืน
|
การเตรียมตัวก่อนการรักษา
- ควรได้รับการตรวจสภาพการทำงานของกล่องเสียง
และสายเสียงโดยละเอียดได้แก่ ความพริ้วไหวของสายเสียง,
ความถี่ของสายเสียง,โครงสร้างและรูปร่างของสายเสียง
และกล่องเสียงความดังกังวาน ของเสียงก่อนทำการผ่าตัด
- ถ้ามีอาการไอมากหรือเป็นหวัดต้องรักษาให้บรรเทาก่อน
- งดน้ำและอาหาร 6 ชั่วโมง ก่อนทำการผ่าตัด
- ถ้าคนไข้รับประทานยาชนิดใดอยู่เป็นประจำหรือสูบบุหรี่
ควรแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยเพราะ ยาบางชนิด
และบุหรี่มีผลต่อการสมานแผลผ่าตัด
การปฏิบัติตัวหลังการรักษา
หลังการผ่าตัดต้องนอนพักฟื้นที่โรงพยาบาล 2 วัน เพื่อจะได้อยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
และแพทย์จะได้แนะนำการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง ดังนี้
1. การจัดท่านอนหลับ ควรเป็นท่านอนตะแคง เพราะท่านอนหงายจะทำให้อาการนอนกรนหรืออุดกั้นทางเดินหายใจเป็นมากขึ้น
2. การรักษาด้วยความถี่คลื่นวิทยุ(ไม่ต้องผ่าตัด)
3. การรักษาด้วยการผ่าตัด หรือการใช้แสงเลเซอร์เพื่อขยายทางเดินหายใจในคอให้กว้างขึ้น
เพื่อมิให้เกิดการอุดกั้นของทางเดินหายใจในขณะนอนหลับ ซึ่งในกรณีนี้ต้องอาศัยแพทย์ที่เชี่ยวชาญในการผ่าตัด
4. การใช้เครื่องช่วยหายใจซึ่งเป็นเครื่องเป่าอากาศ (CPAP) ใส่ไว้ในขณะนอนหลับเพื่อเพิ่มแรงดันของออกซิเจน
ให้ผ่านส่วนตีบแคบลงไปได้
การปฏิบัติตนหลังการรักษา
1. หลังผ่าตัดต้องงดการออกเสียงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ให้สื่อสารโดยการเขียนแทนเพื่อรอให้มีการสมานแผลเรียบร้อยดีก่อน
2. งดการไอ ขากเสมหะแรงๆ เพื่อไม่ให้สายเสียงบวม
3. งดอาหารที่กรอบๆ แข็งๆ ที่กระตุ้นการไอ หรือระคายคอเป็นเวลา 2 สัปดาห์
4. เริ่มรับประทานอาหารอ่อนๆได้ และยาฮอร์โมน(ถ้ามี) ในวันรุ่งขึ้น
5. ให้พบแพทย์ตามนัด 1 สัปดาห์เพื่อตัดไหม (ถ้ามีแผลเย็บ) พร้อมกับตรวจสภาพการทำงานของสายเสียง
โดยละเอียดและฝึกการออกเสียง โดยละเอียด และฝึกการออกเสียง (Speech Therapy) หลังการผ่าตัด
ค่าตรวจวินิจฉัย
ค่ารักษารักษาเสียงแหบ 40,000 บาท (พักโรงพยาบาล 2วัน )
ค่าผ่าตัดเปลี่ยนเสียงชายเป็นหญิง 70,000 บาท (พักโรงพยาบาล 3 วัน )
|
:: VDO ตัวอย่าง ก่อน - หลัง การผ่าตัดเปลี่ยนเสียง ( ชาย -> หญิง ) ::
|
|